บทที่ 11 ผมไม่อยากถอนหมั้น

  EP11.ผมไม่อยากถอนหมั้น 

  ไม่กี่ชั่วโมงโมงก่อนหน้านี้ 

  มีมี่กลับบ้านมาด้วยสีหน้าเศร้ามองกว่าทุกวัน ตั้งแต่ที่กลับออกมาออกจากโรงพยาบาล เธอก็เอาแต่เหม่อลอย เซื่องซึม กว่าการประชุมเรื่องโปรเจคจะผ่านไปได้ มีแต่ออมสินที่สังเกตุเห็นท่าทางของเพื่อนสาวได้ชัดว่าแปลกออกไปกว่าทุกวัน 

  เเต่เอมิกาก็ไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ใครฟังเพราะเพื่อนๆของเธอไม่มีใครรู้ว่าเธอมีคู่หมั้นแล้ว อัญญาเดินออกมาต้อนรับลูกสาวดังเช่นทุกวันตามปกติ แต่เเล้วนางก็ต้องขมวดคิ้วพันกันยุ่งเหยิง เมื่อเห็นว่ามีมี่ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้อยู่ตลอดเวลา 

  “มีมี่! หนูโอเคหรือเปล่าลูก เป็นอะไร” 

  “ฮึก….แม่คะ” เมื่อเจอมารดาทวงถาม หญิงสาวก็ไม่อาจกักเก็บความเสียใจเอาไว้ได้อีกต่อไป 

  เธอโผเข้ากอดผู้มีพระคุณพร้อมกับร้องไห้โฮออกมา มาร์โคไม่ได้รักเธอ เขาไปนอนกับคนอื่น เขาไม่เห็นความตั้งใจและความพยายามของเธอเลยด้วยซ้ำ สมองเล็กๆได้แต่ตอกย้ำความเจ็บปวดให้ตัวเองอยู่แบบนั้น เธอเหมือนคนหมดแรง ไม่อยากทำอะไรต่อไปทั้งนั้น 

  “มี่…หนูเป็นอะไรบอกแม่ได้นะลูก แม่อยู่ตรงนี้เสมอ” 

  อัญญาพยายามปลอบลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเอง เอมิการ้องไห้สะอึกสะอื้นไปสักพักแล้วเธอก็นิ่งเงียบ ก่อนที่ร่างบางจะตัดสินใจเอ่ยความคิดของตัวเองออกมาให้มารดาฟัง

  “แม่คะ….หนูอยากถอนหมั้นค่ะ” 

  “ทำไมละลูก หนูชอบพี่มาร์คมากไม่ใช่เหรอ” อัญญาแปลกใจและตกใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินดังนั้นก่อนหน้านี้มีมี่ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย 

  “พี่มาร์คเขาไม่ได้ชอบหนูหรอกค่ะแม่” เธอฝืนยิ้มออกมาให้มารดาและเลือกที่จะไม่บอกใครว่าได้ไปพบเจออะไรมา

  เธอไม่อยากให้คนอื่นไปว่าอะไรมาร์โค โดยเฉพาะมาเรียม ถ้าป้าของเธอรู้เรื่องนี้ มาร์โคคงโดนด่าแน่ๆ เธออยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นเธอเอง ที่อยากจบเรื่องราวทั้งหมดนี้ มันคือความผิดของเธอเอง…. 

  “หนูแน่ใจแล้วใช่ไหมลูก” นางถามย้ำอีกครั้ง เพราะอยากให้ลูกสาวคิดทบทวน เพราะนางรู้ดีกว่าใครทั่วหมดว่าเอมิกาชอบมาร์โคมากขนาดไหน 

  “ค่ะแม่ ช่วยคุยกับคุณป้าให้ทีนะคะ” เธอพยักหน้าตอบกลับ ดวงตาแดงก่ำและมีความเจ็บปวดอยู่ในนั้นจนมารดาสัมผัสได้ 

  “โอเคลูก ถ้าลูกต้องการแบบนั้นแม่จะจัดการให้” 

  “ขอบคุณค่ะแม่” 

  หนึ่งชั่วโมงต่อมา….

  เอมิกาลากกระเป๋าใบใหญ่เดินลงมาจากห้องนอน อัญญาเห็นดังนั้นก็งุนงงยกใหญ่ เธอไม่รู้ว่าลูกสาวคิดอะไรอยู่และไม่รู้ว่าเอมิกาจะไปไหน สาวสูงวัยรีบเดินมาขวางหน้าลูกเอาไว้เพื่อสอบถามถึงสิ่งที่ร่างบางกำลังทำอยู่ 

  “มี่จะไปไหนลูก!”

  “มี่จะไปเชียงใหม่ค่ะแม่ นัดกับติน่ากับธัญเอาไว้แล้ว” เธอตอบกลับมารดาสีหน้าไร้รอยยิ้ม

  เธอตัดสินใจเปลี่ยนแพลน ขึ้นไปเหนือก่อนทำโปรเจคสองวัน เธอจะบินไปหาเพื่อนที่เชียงใหม่ก่อน วันมะรืนค่อยเดินทางไปสมทบกับเพื่อนๆที่แม่ฮ่องสอนเพื่อถ่ายทำโฆษณา 

  มีมี่แจ้งออมสินไว้เรียบร้อยแล้วว่าก่อนออกเดินทางให้เพื่อนๆแวะไปรับยาที่จะเอาไปบริจาคและรับหมอนที ที่ Must Hospital ซึ่งออมสินก็เข้าใจดี เพราะมีมี่อาสาขึ้นไปเตรียมการบนดอยกับเพื่อนๆที่เชียงใหม่เอาไว้รอพวกเธอ 

  “ทำไมไปเร็วจังล่ะลูก ไหนบอกแม่ว่าจะไปวันจันทร์” 

  “มี่อยากไปหาติน่ากับธัญก่อนค่ะแม่ แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าไปถึงแล้วมี่จะโทรหาค่ะ มี่ไปก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นเครื่อง” หญิงสาวกอดลามารดา ก่อนจะเดินไปขึ้นรถตู้ แล้วให้ลุงชัยคนขับรถของที่บ้านขับรถไปส่งที่สนามบิน 

  อัญญาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ให้กับความผิดแปลกไปของลูกสาว หลังจากนั้นหญิงสูงวัยก็โทรหาเพื่อนสนิททันที พร้อมกับบอกจุดประสงค์ของมีมี่ออกไป ซี่งมาเรียมที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโมโหลูกชายของตัวเองเป็นอย่างมาก จึงได้โทรไปต่อว่ามาร์โคในที่สุด 

  “น้องก็ไม่ได้บอกน้าเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น” 

  “…..” มาร์โคพูดไม่ออก เขาไม่รู้เหตุผลว่าทำไมเอมิกาถึงได้ร้องไห้เพราะเขา 

  “เอ่อ….น้าคิดว่ามาร์คน่าจะดีใจเสียอีกที่น้องถอนหมั้น” อัญญาเอ่ยออกไปตามความรู้สึก ซึ่งคำพูดนั้นทำเอาร่างสูงชะงัก 

  เขาเริ่มมั่นใจในอะไรบางอย่าง…

  “มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นและครับ แต่…..”

  “ตอนนี้ผมไม่อยากถอนหมั้นแล้ว” ถึงจะยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองเต็มร้อย แต่มาร์โคก็ตั้งใจที่จะหาคำตอบให้กับตัวเองอยู่แล้ว 

  อัญญญาชะงักเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยิน ตอนนี้ถ้าลองสังเกตุดีๆ สายตาของหมอหนุ่มไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไปแล้ว เวลาพูดถึงลูกสาวของนาง 

  “แต่ว่าน้อง….”

  “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณน้า เรื่องของมีมี่…เดี๋ยวผมจะจัดการเอง” 

  “ผมลาล่ะครับ” เขาก้มหัวให้ผู้ใหญ่ท่าทางสุภาพอ่อนน้อม ก่อนจะเดินออกไปจากห้องรับแขกด้วยความคิดบางอย่างที่แล่นเข้ามาในสมอง 

  “เฮ้อ…ฉันละเหนื่อยกับวัยรุ่นสมัยนี้” อัญญาบ่นออกมาแบบปลงๆ คราวนี้เห็นทีคงต้องปล่อยให้เคลียร์กันเองแล้วล่ะ 

  บนรถ…

  มาร์โคหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกหาหมอนทีทันทีที่เขาคิดออกว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ต่อไปนี้ดี เขาต้องได้เจอหน้าของคู่หมั้นสาวอีกครั้ง เพื่อให้ความรู้สึกของตัวเองและทุกอย่างมันชัดเจนขึ้น เขาไม่อยากทำอะไรพลาดไป ถึงก่อนหน้านี้จะไม่อยากมีความรู้สึกพิเศษกับใครมากแค่ไหน แต่ตอนนี้ความคิดของหมอหนุ่มเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว

  บางที….การมีใครสักคนมาคอยใส่ใจ

  มันก็ดีเหมือนกัน 

  “หมอนที วันมะรืนคุณไม่ต้องไปแม่ฮ่องสอนแล้วนะ” 

  ‘เอ่อ ว่าไงนะครับ ผอ’ 

  “ทำตามที่ผมบอก” 

  ‘คะ…ครับ ผอ ‘ 

  ติ๊ด! 

  เขาตัดสายทิ้งทันทีที่พูดจบ มาร์โคถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ภาพรอยยิ้มสดใสของคนตัวเล็กเริ่มฉายชัดเข้ามาในหัวสมองของหมอหนุ่มอีกครั้ง ช่วงนี้ภาพของเอมิกามักจะฉายชัดเข้ามาในหัวของเขาบ่อยๆ แต่เขาก็ยังไม่อยากฟันธงว่ามีความรู้สึกดีๆให้เธอไปแล้ว……

  “เธอเป็นอะไรของเธอกันแน่…เอมิกา” 

  วันต่อมา 

  @Must Hospital 

  แกร๊ก….

  เสียงรดาเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา เพราะก่อนหน้านี้มาร์โคไลน์ไปบอกเธอให้เข้ามาหา 

  “ผอ มีอะไรจะคุยกับรดาคะ” 

  “ช่วยยกเลิกนัดคนไข้ของผมทั้งหมด ตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันพุธ” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาภายใต้กรอบแว่นสีดำพูดออกมาโดยไม่หันไปมองคู่สนทนาแม้แต่น้อย

  “อะ….อะไรนะคะ ผอ จะไปไหน ตั้งหลายวัน” พยาบาลสาวงงงัน เมื่อจู่ๆคนที่ไม่เคยลางานกลับบอกให้เธอเคลียร์ตารางนัดให้ 

  “แม่ฮ่องสอน….”เขาตอบไปตามความจริง รดาที่ไม่รู้เรื่องอะไรยิ่งงงไปกันใหญ่ 

  “ไปทำไมคะ” 

  “ไปทำงาน” 

  “หื้อ…ทำงาน?”

  “หยุดถามมาก ทำตามที่ผมสั่งก็พอ” เขาเงยหน้าขึ้นไปตำหนิ เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนจี้ถามมากเกินไป

  “เอ่อ ค่ะ ผอ” รดาลืมตัวเผลอถามออกไปเสียเยอะ เธอควรจะชินกับอารมณ์ผีเข้าผีออกของเจ้านายได้แล้วนะ เฮ้อ…. 

  วันจันทร์ 

  12.40น. 

  ออมสินเดินทางมาถึงที่โรงพยาบาลเพื่อมารับหมอนที พวกเธอเหมารถตู้สองคันเพื่อเดินทางไปยังสนามบิน คันแรกได้ขับไปรออยู่ที่นั่นแล้ว ส่วนคันของเธอต้องแวะมารับหมอนทีตามที่มีมี่บอกเอาไว้ก่อน ส่วนพวกของที่ต้องเอาไปบริจาค เมื่อวานพวกเธอได้เข้ามารับยาที่ทางโรงพยาบาลร่วมช่วยเอาไปบริจาคด้วย ก่อนจะจัดการส่งผ่านรถบรรทุกคันใหญ่ไป คาดว่าจะถึงแม่ฮ่องสอนภายในวันนี้ตอนเย็น 

  มาร์โคออกมายืนรออยู่ตามเวลานัด เขาไม่ได้บอกใครว่าตัวเองไม่ใช่หมอนที ปล่อยให้เพื่อนๆของเธอเข้าใจไปแบบนั้นน่าจะดีแล้ว หากเอมิการู้ว่าเขาเป็นคนไปแทน เธออาจจะหลบหน้าเขาอีก เพราะตอนนี้หญิงสาวก็กำลังทำแบบนั้นอยู่ 

  สองวันที่แล้ว พอไม่มีร่างอรชรถือกล่องข้าวมาส่งดั่งเช่นทุกวัน มาร์โคก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด กับข้าวที่โรงอาหารก็ไม่อร่อยเท่ากับกล่องข้าวที่เธอเคยทำมาให้เขา 

  “เอ่อ…สะสวัสดีค่ะหมอนที” ออมสินเอ่ยทักน้ำเสียงตะกุกตะกักเมื่อหมอหนุ่มเดินขึ้นมาบนรถตู้ 

  เพราะความหล่อของมาร์โคกระแทกใจเธอเข้าอย่างจัง ออมสินจึงได้แต่ตกอยู่ในภวังค์….เธอไม่คิดว่าหมอนทีจะหล่อขนาดนี้ 

  “ครับ” 

  “อะแฮ่ม” เมื่อเห็นเพื่อนสาวตะลึงค้างอยู่นานกายจึงกระแอมไอเพื่อเรียกสติ

  “เอ่อ..แหะๆ หนูชื่อออมสินนะคะ เป็นเพื่อนของมีมี่ค่ะ ส่วนนี่กายกับเมฆ ส่วนนั่นจีจี้กับมินตรา” ออมสินจัดการแนะนำทุกคนบนรถให้หมอหนุ่มรู้จัก

  “ครับ สวัสดี” มาร์โคกวาดตามองทุกคนบนรถด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง 

  สายตาเย็นชาแลดูน่ากลัวของเขาทำเอาหนุ่มสาวมหาลัยไม่กล้าชวนคุยต่อ ออมสินได้แต่นั่งคิดในใจว่าเขาหล่อ…แต่…ดูหยิ่งมากๆเลย ตลอดการเดินทางจนกระทั่งขึ้นเครื่อง ไม่มีใครกล้าปริปากชวนเขาคุยเลยแม่แต่คำเดียว ซึ่งมาร์โคเองก็ต้องการให้เป็นแบบนั้น

  @แม่ฮ่องสอน 

  มีมี่ ติน่าและธัญเดินทางมาถึงหมู่บ้านบนดอยตั้งแต่เช้าแล้ว ที่นี่อากาศดีมาก ไม่หนาวจนเกินไป ออกจะเย็นสบายด้วยซ้ำ เอมิกายืนเหม่อมองออกไปยังภูเขาที่เรียงรายติดต่อกันด้วยใบหน้าเศร้าหมอง ถึงมันจะดูดีกว่าวันแรกที่เธอมาถึงเชียงใหม่ แต่ความเจ็บปวดมันก็ไม่จางหายไปรวดเร็วขนาดนั้น 

  เธอชอบเขามาตั้งหลายปี….

  จะให้ตัดใจได้ภายในสามวันมันก็คงเป็นไปไม่ได้ 

  “เลิกทำหน้าเหมือนตูดได้ละมี่” ธัญเดินถือแก้วโอวัลตินร้อนๆมาให้เพื่อนสาว 

  แววตาของเพื่อนหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวลใจ ถ้าเป็นไปได้…เขาก็ไม่อยากให้มีมี่ไปเป็นของใคร ตอนได้รู้ว่าเธอเลือกที่จะถอนหมั้น เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาแอบชอบเธอมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว

  “ธัญ….” 

  “….ขอบใจนะ” เธอฝืนยิ้มให้เพื่อนหนุ่มที่ใจดีชงโอวัลตินร้อนๆมาให้เธอ ก่อนจะรับมันมาถือไว้ในมือ 

  “ไม่เป็นไร” 

  “แล้วติน่าไปไหนล่ะ” 

  “เห็นว่าไปช่วยพวกชาวบ้านทำอาหารรอพวกเพื่อนเธอนะ” 

  “อ๋อ….งั้นเราไปช่วยด้วยดีกว่า” เมื่อคิดได้ดังนั้น เอมิกาก็รีบซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เธอมีหลายอย่างต้องทำต่อจากนี้ 

  “อืมไปสิ” ธัญส่งยิ้มให้ก่อนจะพาร่างบางเดินไปหาเพื่อนสาวอีกคนที่กำลังอยู่ในโรงครัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป